เรื่องเล่าของ อากิก ...ตอนศึกหงสา ตอนที่ 2
   คืน จันทร์ สีเลือด เหนือ หงสา
ราวกับว่านาง พึ่งดื่มโลหิต ใครมา
จันทร์แดง คืนวันเพ็ญ ...หรือ นี่เป็น ราง ประเภทใด

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 22:57] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
   เห็นเส้นทางที่ราบเรียบแบบนี้ตอนออกจากหงสามาใหม่ๆ ใจชื้นขึ้นมาเยอะเลย แม้จะเป็นทาง ฝุ่นดินแดง คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นทุกครั้งที่รถยนต์ แล่นผ่าน ก็ตาม ซึ่งพอมีให้เห็น ซึ่งรถจะไปที่ "ไซยะบุรี

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 22:59] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ยิ่งเนินแบบนี้เป็นแบบ “หมูสะเต๊ะ ไม่ต้องเสียบไม้ ” ... ว่างั้นเถอะ ... ผมนี่จะติดนิสัย อ.ธีรยุทธ บุญมี เข้าไปทุกที เริ่มประดิฐประดอย คำกวนๆได้หลายคำแล้ว...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:01] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   ... พี่วัชรับหน้าที่เป็น เสือเกียร์เดียวในช่วงนี้ไปก่อน...ป้าแม่ครัวบอกเราว่าในช่วงแรกๆ จะมีภูใหญ่อยู่บ้าง ... และก็ไม่ผิดหวังเราออกจากหงสา มาได้ไม่เกิน 5-6 กม. เราก็ปะทะเข้ากับภูซับแรง “เฝอ “ ภูแรกทันที ... ถ้าใครเคยไป แจ้ซ้อนขอให้นึกถึงเนินสุดคลาสสิก เนินที่ต่อจากน้ำตกแม่คำปองนั่นแหละ ที่ใครต่อใคร ลงเก็บเหรียญบาทกันเป็นแถวมาแล้ว...เนิน นี้ก็พอๆ กับ เนินนั้น อาจจะเล็กกว่า เล็กน้อย ... ที่สำคัญ เป็นทางฝุ่น โรยด้วย หินลอย ชั้นดีนี่สิ

... ผมขึ้นไปซักพัก แค่เผลอ กระดกหน้ามองเจ้าทักษ์ที่ปั่นนำหน้าใกล้ถึงยอดนิดเดียวเท่านั้น ... เจ้าโดดเดี่ยวหมื่นลี้ที่บั้นท้ายมัน บรรทุก สัมภาระยี่สิบกว่า กก. ก็สะบัดหัวขึ้น ราวกับม้าพยศ “พรืด พรืด” ผมพยายาม กดหัวมันลง ไม่สำเร็จ ยอมจำนนต่อ แรงพยศนั้น จูงมันขึ้นภูไปอย่างว่าง่าย...เหลียวลงไปมองพี่วัชกำลังจูงเจ้า “กระหรี่ตกปลา” เกียร์เดียวของเจ้าโจ๊ก ขึ้นมาได้ครึ่งเนินแล้ว...ส่วนเจ้าโจ๊ก จูงเจ้าไท ของพีวัชอย่างเซื่องเชื่อง ตั้งแต่ตีนเนินโน่นแหละ....


...สุนัขป่าแห่งแม่จัน...มองอะไรก็ไม่รู้...หรือมันกำลังขอความเมตตาจากเทพองค์ใดเบื้องบน..หรือมันกำลังขอให้มีเนินแบบนี้ซัก2-3 เนินพอเถอะ....พี่วัช เจ้าโจ๊ก กับเนินดูดเฝอจูงตามกันมา “อีบัก กับ อีโรย” พอจะอธิบายสภาพนั้นได้ ...เนินแรกนี่แหละสังเกตให้ดี จากส่วนยอดที่กำลังถ่ายภาพ ... ถนนจมหายไปจากยอดเนิน..

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:03] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   เราผ่านไปได้ซักสองเนินเท่านั้นกระมังครับ ... ลองถามชาวบ้านที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์ ผ่านมา...ซึ่งน้านนาน จะมีซักคัน...“ข้างหน้าไปเซียงแมนยังมีแบบนี้อีกบ่” “โอ้ยมีหลาย ภูนี้ยังบ่นับ”...ผมยอมรับครับ ผมอึ้งไปเลย แต่ไม่รู้พรรคพวกคิดยังไง ที่ผมอึ้งก็คือ หนึ่งร้อยกว่ากิโลเมตร จากแม่แตงบ้านผม ตั้งแต่หกโมงเช้า ถึงแม่ริม ตัดเข้าสะเมิง ผจญกับเจ็ดพับ ทะลุออก หางดง ตรงดิ่ง กลับแม่ริม มุ่งสู่บ้านอีกครั้ง ผมยังใช้เวลาเกือบทั้งวันเข้าไปแล้ว แล้วไอ้เนินที่ผ่านมาต้องให้นิยามได้ว่า มันเป็น “บรรพบุรุษดั้งเดิมของเจ็ดพับ” หรือ “โค ตะ ระ“ นั่นเองนะแหละ...เราจะไปถึง “เซียงแมน” ในย่ำค่ำจะเป็นไปได้หรือไม่...เป็นปริศนาคาใจตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาที่ติดไปในใจของผม...นี่ผ่านไปเกือบชั่วโมงยังไปไม่ถึงไหน...จันทร์แดงเหนือ หงสา ... ยังรบกวนจิตใจผมอยู่...

เนินนี้ยาวๆ อ้อมมาจากตีนภูที่ทอดลงไปสู่หงสาโน่นแหละ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:05] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   ถ้าเป็นเค็ก ต้องบอกว่า โรยด้วย ช๊อกโกแลต ชิพ ... แต่บนถนนแบบนี้ ต้องตั้งชื่อให้ใหม่ “สะโตน ชิพ”...สุดยอดอร่อยขา เลยหละ...เจ้าทักษ์ มันแข็งแกร่ง จริงๆ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:06] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   ดูเหมือนจะเป็นดัง เช่นป้าแม่ครัวว่าจริง...เราผ่านเนินโหดๆ ซัก 2-3 เนินเห็นจะได้ แล้วเราก็ทิ้งดิ่งสู่พื้นราบเป็นอันว่าภูแรกเราผ่านมาได้โดย...ง่ายดายหากจะให้โกหก ... ผ่านภูที่กั้นหงสานั้นมาได้ เก้าโมงกว่าของตอนสายเข้าไปแล้ว...ระยะทางที่บนที่บนเครื่องวัดระยะทางไม่น่า 9 กิโลเมตร กับการใช้เวลา เกือบสองชั่วโมง...มันคงมีเนินแบบนี้ไม่กี่เนินในภูต่อไป ... ผมคิดในใจเอาเองเพื่อปลอบประโลม วิญญาณ ของตัวเอง...เรามองหาทางแยกไป “เซียงแมน” หลังจากผ่านพ้นพ้นภูนั้นมาได้


ก่อนสู่ทางแยกขึ้น เล็กๆ แต่ถ้าพลาดเมื่อใด ต้องลงเข็น สภาพถนนเหมือนเมื่อวานจริง

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:08] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   ปากทางแยก มีตูบ เล็กๆขายของ ดีที่ยังมี “น้ำอนามัย” ขายอยู่

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:10] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   เราหยอกล้อ เล่นกับเด็กที่ ตูบ พอหายเหนื่อย สิ่งที่ทำให้เราหายเหนื่อยไม่ใช่เพียงแค่น้ำดื่มอย่างเดียวเท่านั้น แต่ ความไร้เดียงสา ของเด็กน้อย ที่ ขี้มูกเกระกรัง ทั้งสองแก้ม ที่เกิดจากมือป้าย ไม่ทำให้มันซ่อนเร้นไปได้ แต่ตรงกันข้าม กลับขับเน้น ความไร้เดียงสานั้น ให้เห็นมันได้ชัดขึ้น

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:11] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   .พบทางแยก...GPS ที่ตอนนี้ บอกทางสวรรค์ให้...แยกเข้าสู่บ้านน้ำปุง เห็นชาวบ้านกำลังซัก ที่นอน หมอน มุ้ง สระหัว ดำเกล้า กลางน้ำปุง แม่น้ำตอนนี้ เป็นเพียงลำธารเล็กๆ ใสๆ ผ่านปากทางเข้าสู่หมู่บ้าน ...
คงเป็นวันขึ้นปีใหม่เหมือนบ้านเรา ผมคิดเช่นนั้น ...แต่ก็ไม่ได้ถาม ...หมู่บ้าน น้ำปุง เป็นหมู่บ้านใหญ่ ประกอบไปด้วยหลายชนเผ่า เท่าที่เราสอบถามดู มีทั้ง ลาวใหม่ ม้ง ลาฮู ฯลฯ....พิ่วัชยังไม่วายถามชาวบ้านว่า
“จะไปฮอดเซียงแมนฮอดบ่มื้อนี่”
”บ่ฮอด” คือคำตอบที่ได้รับ
พี่วัชยังถามต่อ “ทางไปมีภูใหญ่บ่อ”
“ใหญ่โอ๊ะ” ….ใหญ่ไม่ใหญ่ขนาด ชาวเขาร้องว่า “โอ๊ะ” นี่มันสุดคำบรรยาย...มองเห็นภาพเลยครับ ไอ้ “โอ๊ะ” นี่ “ใหญ่โอ๊ะ” “ใกล๋โอ๊ะ” ล้วน “โอ๊ะโอ๊ะ” กันทั้งนั้น....มันจะอะไรกันนักกันหนากับ “โอ๊ะ” นี่ ...ถ้าเขียนต่อไปผมจะพาลเลากอาไปเปรียบเทียบกับ คำๆ คำหนึ่งของบ้านเราที่มีความหมาย ใช้เป็นคำขยายแบบนี้เช่นกัน คำว่า “โอ้ด” ... ที่หลายคนอาจจะคิดไปไกล..ข้ามไปเลยดีกว่านะ...


ชาวบ้าน บ้านน้ำปุง กำลัง ซักล้าง ตลอดจน สระหัวดำเกล้า ของวันที่ 13 เมษายน ที่บริเวณ “น้ำปุง” ที่ไหลผ่านช้า แต่ใสแจ๋ว ปากทางเข้าหมู่บ้าน

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:12] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   สะพานเล็กๆข้ามน้ำปุง ก่อนขึ้นไปยังหมู่บ้าน นี่ถ้าหน้าน้ำหลาก คงไม่มีให้เห็น เส้นทางคงถูกตัดขาด โดยปริยาย

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:13] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   เราขึ้นมายืนเหนือหมู่บ้าน “น้ำปุง” มองเห็นทางลงมาของเราไกล ลิบๆ เป็นสองภูที่เราผ่านมาจาก หงสาซึ่งอยู่หลังม่อนที่สองนั้น หมู่บ้านที่เห็นจะเห็นว่ามีเป็นร้อยหลังคา กะด้วยตาคร่าวๆ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:14] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   มุมนี้เห็นทางที่มา กอดม่อนดอย แล้วหายลับข้าไปในไหล่เขาเบื้องบน เราถึงกับรำพึง นี่ถ้าเป็นทางขึ้นไป มันจะเป็นเช่นไรไม่กล้าคาดเดาจริงๆ ว่าจะหมดแรงเอาช่วงไหน

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:15] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ผ่านหมู่บ้านก็เข้าสู่เขตป่า ลัดเลาะไปตามเขา มีต้นไม้ใหญ่ที่พอจะทำให้เราได้อาศัยร่มเงา ได้คลายร้อนได้บ้าง...บางทีก็เจอเรื่องเศร้าบ้าง ยังคงมีการเผาป่าล่าสัตว์ อยู่เหมือนกัน...เราปั่นกันกลางป่า วันนี้ยังไม่เจอแหล่งน้ำแม้แต่น้อย ปั่นไปสายตาก็สอดส่ายหาแหล่งน้ำกัน

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:16] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ขึ้นมาถึงจุดนี้ ตั้งไกล ทางลงหมู่บ้านนำปุงยังตามมาหลอกหลอน แต่ เราก็มาไกลยังไม่ถึงยี่สิบ กม. เลย

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:17] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   บางทีการที่เราจะได้ให้มา “ฟาน” ซักตัวหนึ่งเราต้องแลกมาด้วย ป่าแบบนี้

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:18] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   ห้า ถึง หก ม่อนเข้าไปแล้วที่เราผ่านมา ม่อนที่ไกลสุดนั่นแหละ ยังเห็นทางลงหมู่บ้านน้ำปุงอยู่เลย หลังม่อนนั่นแหละ “หงสา”


... เริ่มไม่มีบ้านผู้คนปรากฏร่องรอยให้เห็น แต่ก็พอร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ …

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:20] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   ...ผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะมีน้ำขายให้เรา ...ต้องขอน้ำชาวบ้านเอา ซึ่งเขาก็ให้ด้วยความยินดี ... เรื่องความสะอาด หายห่วงครับ ส่วนใหญ่เขากินน้ำต้มสุกกัน แม้นมันจะไม่ใสแจ๋ว แต่ก็เพราะว่าเขาต้มกับรากไม้ที่เป็นสมุนไพรพื้นบ้านตามภูมิปัญญาของเขาเอง ... ดื่มแล้วชุ่มคอดีเหมือนกัน...เราไม่กล้าขอเติมลงในกระบอกน้ำ หรือขวดน้ำที่พกมาด้วย ....เกรงใจเขาที่เขาต้มเอาไว้กินเพียงน้อยนิดภายในครอบครัว

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:21] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   เขาบอกเราว่าเป็นบ้านของชน “ลาวใหม่” ... ที่หมู่บ้านนี่แหละพี่วัชพยายาม ถ่ายรูปแม่เฒ่าคนหนึ่ง...แกพยามหลบกล้องของพี่วัช ปากแกก็บ่นพึมพำ ผมได้ยินไม่ถนัด .... เกี่ยวกับฝนนี่แหละ ... ผมก็เห็นเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ...เราไม่คิดว่าเราจะเจอฝนเพราะไกลมาก

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:22] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
   “สุขโข”…ก่อน ไปสู่ “สุขขัง” ที่เจ้าของ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:23] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
   ก่อนออกหมู่บ้านเจอปะปา ภูเขา ไม่รีรอ แวะสำรองน้ำไว้ก่อน

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:25] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
   หมู่บ้านนี้ยังคงนับถือผี สังเกตจาก “ตะแหลว” ทำจากไม้ไผ่สาน ที่ติดบนจั่วหลังคาบ้าน ตะแหลวก็คล้ายก้นเข่งที่ยังสานไม่เสร็จ นั่นแหละครับ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:27] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
   พ้นจากหมู่บ้านไม่ถึง สองร้อยเมตร เมฆฝนที่ว่าไกล ก็พัดมาดักหน้าเราเรียบร้อยแล้ว เราไปได้ไม่เกินสามร้อยเมตร ฝนมีทีท่าจะตก เราเห็นตูบข้างทาง ต้อง ไส เสือของเราเข้าไปในตูบอย่างหมดทางเลือก ลมกระโชกแรงขึ้น สักพักหยาดพิรุณ ก็โปรยปราย แถมด้วย น้ำก้อนสวรรค์ ห่าเล็กๆ ก็ตามติดมา...ห่าลูกเห็บตกผ่านไป ฝนยังตกพรำๆ ใกล้เที่ยงเข้าไปแล้ว ...เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราจึงกินข้าวเที่ยงที่นี่ ...พี่วัช พกเตาแก๊สเดินป่าไปด้วย “ผักกาด” ที่ซื้อมาแต่หงสา ถูกแบ่งมาส่วนหนึ่ง ต้ม ใส่ คะนอร์ ข้าวเหนียวซื้อมา 2 กก. แต่มันคงถูกเผื่อมาให้เป็นครึ่ง กก. ...กับอื่นๆ ถูกทยอยออกมา แบ่งกันกินท่ามกลาง ฝนตก ที่เย็นฉ่ำ...หลังข้าว ฝนยังไม่มีทีท่าจะหยุด...นอนเอาแรง เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ แค่นั้น หลังลูกเห็บตก อากาศ เย็นสะท้าน จนพี่วัชอดไม่ได้ต้องควักเสื้อกันหนาวมาใส่ ....สองชั่วกว่า หมดไปกับสายฝน อย่างเชื่องช้า...

แวะพักที่บ้าน กิ่วงิ้ว หมูบ้านม้ง ที่เขาบอกว่าเป็น “ลาวใหม่”
ออกเดินทางต่อ ...เสือเกียร์เดียวถูกถ่ายโอนให้เจ้าทักษ์... อุปสรรคที่ตามมาที่เราต้องผจญ ก็คือ โคลนเหนียวๆของดินดอยหลังฝนตก ที่ติดล้อหนึบ ยามขึ้นที่เนินชันหนึบหนับ ซดแรงพวกเราเข้าไปอีก ...ยามลงอย่าหวังได้ลงเร็ว ต้องคอยระวังไสลด์โคลนลื่นๆที่ดอกยางต้นนี้มีโคลนติดท่วมดอก ... ต้องบอกว่าเราได้แค่กระดึ๊บๆไปเท่านั้น...แต่ซักพักด้วยที่เป็นหน้าแล้งดินยังมีความสามารถซับน้ำได้สูง ... แห้งพอหมาดๆ ก็เริ่มสบายขึ้น เพียงคอยระวังหลุมที่มีน้ำขังเท่านั้น...จนถึงบ้าน “กิ่วงิ้ว”

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:29] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
   เด็กๆโชว์รถ “พอร์เช่” ของเขาให้ดู ดูพวกเขาภูมใจกับของเล่นที่เขามีอยู่...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:30] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
   อนาคต สามสาวงามของหมู่บ้าน “กิ่วงิ้ว”

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:31] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   ดูยังไง ถึงเปลือย ก็ ไม่โป๊ ...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:32] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
   ที่บ้านกิ่วงิ้ว ชาวบ้านเขาบอกว่า จากนี้ไปถึง หมู่บ้านน้ำสิง เป็นทางลง ... พวกเราคงเข้าใจผิด เป็นทางลงจากทางนู้นมา ... ฮ่าๆ ... เลยมีสภาพอย่าที่เห็น

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:33] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
   แต่ก็คุ้มค่าของการขึ้นมา เห็นป่าที่สมบูรณ์

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:34] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 28
   จากบ้าน กิ่วงิ้ว เราก็เข้าสู่เขตป่าที่สมบูรณ์ แต่ปราศจากน้ำดื่มใดๆ น้ำดื่มที่ในกระบอก แต่ละอึก ผมดื่มกว่าจะกลืนลงคอ ต้องอมไว้ในปากจนชุ่มก่อน แล้วค่อยๆกลืนผ่านลำคอ


เทือกเขาสลับซับซ้อน ราวกับคลื่นยักษ์ที่ไล่ตามกัน

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:35] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 29
   ป่าไม้ที่ชุ่มชื้น หลากพันธุ์ แต่หาน้ำดื่มไม่ได้ เราพยายามฟังเสียงน้ำไหลเบื้องล่าง เงียบ มีแต่เสียงของแมลงป่าหลากชนิด บินหึ่งตอมตามตัว ตามหน้า ถ้าละเลยผ้าขะม้า คลุมหัว มีหวังบินเข้าหู แว่นตาก็เป็นอุปกรที่จำเป็นที่ขาดไม่ได้ ในการป้องกันแมลงเข้าตา

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:36] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 30
   ความงามที่หลบซ่อนอยู่
โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:37] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 31
   ดอก “กระเจียว” ทีดอกของมันโตพอๆกับชามข้าวต้ม....ไม่ได้โม้...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:38] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 32
   มาถึงยอดแล้วจากมุมนี้

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:39] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 33
   ลงโค้งนี้นี่แหละเป้าหมายที่ตั้งไว้จากบ้านกิ่วงิ้ว ที่ชาวบ้านบางคนบอก “บ่อฮอดดอก”

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:41] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 34
   ผมถึงกับอุทาน “ป๊าดโซ๊ะๆๆ” กับทางลงที่มุมกล้องที่ผมวางกึ่งกลางลำตัว แล้วถ่ายตรงๆ ถนนที่ผมยืนอยู่จมหายไป... แล้วไปโผล่ที่หมู่บ้านเบื้องล่าง แล้วผ่านใจกลางหมู่บ้านไปขึ้นเขาอีกลูกหนึ่ง...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:42] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 35
   ลงแบบทิ้งดิ่ง ที่ขาดาวน์ ต้องชอบ...

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:43] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 36
   ผมดาวน์ลงเป็นคนสุดท้าย มือบีบเบรก ทั้งสองข้างปวดนิ้วมือ จมูกได้กลิ่นไหม้ของเบรก ลงมาได้หน่อยเดียวต้องพัก รอให้เบรกเย็นลง....จึงค่อยลงต่อ ... มาทันเจ้าโจ๊กที่รอเบรกเย็นเช่นกัน....ผมแซงมันมา เห็น พี่วัช กับ เจ้าทักษ์ อยู่ในอ้อมกอด น้ำสิง ที่ใสไหลเย็นเรียบร้อย ... เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นน้ำเหนือน้ำ อย่างสนุกสนาน....ผมข้ามน้ำไปอีกฟาก มองดูเด็กที่กำลังเลิกเล่นน้ำ เดินขึ้นมามองดูเรา อยู่ห่างๆ อย่างกล้าๆกลัว....แต่สักพักก็เข้ามามุงดูเราใกล้ๆ
...”บ่ฮู้ไอ่โจ๊กเป๋นอะหยัง ผมแซงมันลงมาเมินแล้วนา” ผมปารพ ที่เจ้าโจ๊กหายไปนานจนผิด สังเกต ... สักพักเจ้าโจ๊ก ก็ลากเสือไท ของพีวัช เดินลงมาลงมา ล้อหน้ามีเศษคล้ายยาง ห้อยล่องแล่ง
...ยางระเบิด...ผมคิดไปไกล ถ้าเป็นยางนอก ทริปนี้ คงต้องมีใครได้ออกกลางทริปก็ตอนนี้นี่แหละ ...
...ไม่ใช่....โล่งอกไปเปราะหนึ่ง ...ยางรองในขาดออกจากกัน เป็นรอยไหม้ เราสันนิฐานว่าเกิดจากการเบรก แล้วร้อนจนระหว่างรอยต่อที่จุ๊บยาง ไหม้ขาดออกจากกัน ... เราเสียเวลาซ่อม อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ที่ริมน้ำสิงนั่นเอง



ลงจากเนินสุดท้ายเข้าสู่หมู่บ้านมี น้ำสิง กั้นทางเข้าหมู่บ้าน ... หลายๆหมู่บ้านมักเป็นเช่นนี้ ก่อนทางเข้าหมู่บ้าน ต้องมี แม่น้ำ ลำธาร ปิดหน้าหมู่บ้าน ที่น้ำสิงนี่ก็เช่นกัน รถยนต์ หรือรถกระบะธรรมดา ไม่สามารถมาได้แน่นนอน นี่ขนาดหน้าแล้งยังขนาดนี้ หน้าฝนไม่อ่านกันหละ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:45] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 37
   สิ่งที่ชอบก็คือน้ำในลำธาร ใส ไหล เย็น จริงๆ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:46] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 38
   ยามพรั่งพรู พรายฟองใส ดูแล้วเหมือนมีชีวิตชีวา ... ลืมความอ่อนล้าไปได้ชั่วขณะหนึ่ง

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:47] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 39
   มองจากริมน้ำสิง ทะลุผ่านหมู่บ้าน เห็นเส้นทางเวียนขึ้นไป

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:48] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 40
   ...สี่โมงเย็น จึงได้เข้าสู่หมู่บ้าน ....หาน้ำดื่ม ที่ตอนนี้ทุกคนในคณะนักเดินทาง แทบไม่มีเหลือ...มีเบียร์ขาย แต่ไม่มีน้ำดื่มขาย...สุดท้ายเราขอน้ำอะไรก็ได้ .... ได้น้ำประปาหมู่บ้าน ก็ยังดี....เราถามหาหมู่บ้านถัดไปต่อจากหมู่บ้าน น้ำสิง ...”โคกมี” ...คนในหมู่บ้านในตนนี้กลุ่มใหญ่ มามุงดูพวกเรา และบอกว่าไม่สามารถไปถึงหรอกภายในวันนี้ ... และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เราพักที่นี่หนึ่งคืน...เราพยามชี้แจงว่าเราต้องไปต่อ ... ในที่สุดเราก็ได้ออกเดินทางต่อโดยมีเป้าหมายอยู่ที่บ้าน “โคกมี”
เจ้าทักษ์ ปั่นขึ้นนำหน้า ขึ้นไปข้างบนเหมือนเช่นเคย...ผมตามมันไปเป็นคนที่สอง...ได้น้ำมาแล้ว เรี่ยวแรง ดีขึ้น ผมค่อยกดบันได ทีละขั้นๆ ขึ้นเนินไปอย่างช้าๆ....มีสมาธิในการปั่นเต็มที่ด้วยถ้าพลาดเป็นต้องลงจูง....
”หยุดก่อนๆ”...เสียงตะโกนโหวกเหวก ไล่ตามผมขึ้นมา ในตอนแรกผมกำลังหูอื้อตาลาย ต่อการบังคับ เจ้า “โดดเดี่ยวหมื่นลี้” ให้ตามมนุษย์หมาป่าเบื้องหน้าให้จงได้ ... เสียงใกล้เข้ามา ได้ยินแว่วๆ เสียสมาธิ เหลียวมองดูไปแวบหนึ่ง “พรืดๆ” ... ลงจูง ตอนนี้ผมก็เห็นชาย 4 คน วิ่งไล่ผมตามมาทัน แต่ยังห่างกัน ประมาณ 3 เมตร ... ตอนนั้นกำลังเหนื่อย สุดๆ หอบ และพูดยังไม่ออก ... ในกลุ่มถามว่าจะไปไหน ด้วยใยหน้าขึงขัง ผมยังคงจูงรถตามเจ้าทักษ์ขึ้นไป ... คอแห้งผากยังพูดไม่ออก ... หนึ่งในนั้นย้ำให้ผมหยุด ... ในใจคิดแวบขึ้นมา เอาแล้วไง เจอพวก กรรโชคทรัพย์เข้าแล้ว...ที่ห่างๆ มีวิ่งขึ้นมาสมทบอีกสองคน ...เป็นหกหละ
โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:50] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 41
   ...หนึ่งในนั้นไอ้ตัวเล็กสุด ตะโกนบอกเพื่อนมัน “หมู่เฮาสามคนรุมมันบ่อ” ... บรรยากาศของผมตึงเครียดขึ้นมาทันที ... แต่ผมก็ยังจูงรถตามเจ้าทักษ์ไปติดๆ ... หนึ่งในนั้นถือไม้ในมือ ... ผมตะโกนบอก ...”เฮาเป๋นนักท่องเที่ยว มาเที่ยวบ้านสู” ... “คนไทย” หลายคนประสานเสียงพร้อมกันน้ำเสียงบอกถึงความแปลกใจ ... พวกเขาชะงักฝีเท้าที่ก้าวเดินตามผมมาติดๆ ช้าลง ... พวกเขาพยามถามว่า มากี่คน จะไปไหน ...ตอนนี้ผมยังไม่ไว้ใจใน สาถนการณ์ ... “เฮ้ยทักษ์ หยุดก่อน มีปัญหาน่อย” ผมตามมาทันเจ้าทักษ์ ที่มันกดบันไดเสือเกียร์เดียวไม่ลงแล้ว....ตอนนี้ก็เลยกลายเป็น หกคุมเชิงสอง ... พวกเขาก็พยามถามถึงเส้นทางที่เราจะไป มาจากไหน มากี่คน...เราบอกพวกเขาว่ามากันสี่คน กำลังตามขึ้นมาอีกสอง ....เราหยุดและยืนคุยคุมเชิงบนเนินเหนือหมู่บ้าน...มีคนในกลุ่มถามถึงใบผ่านทาง...”อยู่กับเพื่อน ก๋ำลังขึ้นมา” เจ้าทักษ์บอก...พวกเขาดูไม่เชื่อ และเหมือนไม่ไว้ใจ...พี่วัชกับเจ้าโจ๊กยังไม่มา ใจผมอดห่วงเหมือนกัน ว่าอาจกำลังถูกกักเหมือนผมกับเจ้าทักษ์เหมือนกัน...พวกเขาก็พยามถามหาเพื่อนเราอีกสองคนมีไหน...ผมเริ่มอึดอัด และเป็นห่วงเจ้าโจ๊กที่จะช้ากว่าเพื่อน ถ้ามาพร้อมกับพี่วัชก็พอเบาใจ...ซักหลายอึดใจ ...ที่ตึงเครียด…พี่วัชจูงรถขึ้นมา โดยมีชาวบ้านอีกคนเดินตาม ขึ้นมาในชุดเหมือนทหารลาว ... คงไม่ได้ออกจากหมู่บ้านแน่วันนี้ คิดในใจ...มีปัญหานิดหน่อยพี่วัช ผมบุ้ยปากไปยังกลุ่ม คนที่คุมเชิงเราอยู่ ... “มีปัญหาอะหยังนี่ลอ มาเคลียร์ละ” พี่วัชบอกพร้อมหันหน้าไปทางคนที่เดินตามพี่วัชมา ...เจ้าโจ๊กตามมาทันแล้ว... พี่วัชเข้าเคลียร์สถานการณ์ ควักบุหรี่แจกจ่ายให้กลุ่มชายเหล่านั้น ...พวกเขารับแต่โดยดี พี่วัชจุดไฟให้ พวกเราทั้งหมดรวมทั้งเขา นั่งยองๆ สูบบุหรี่ สนทนากัน...ถามหาใบผ่าน...พี่วัชควักหนังสือเดินทางให้ดู ... ผมควักให้ดูมั่งบอกว่าผมมาจาก “เซียงใหม่” … การเจรจาเป็นไปด้วยดี แต่พวกเขาก็พยายามตื้อให้เราพักในหมู่บ้าน ...แต่เราก็พยายาม อธิบายว่าเราต้องไปตามนัด ที่เซียงแมน ดังนั้นเราจึงต้องไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้...ในที่สุดพวกเขาก็จนด้วยเหตุผลของเรา ปล่อยเราออกเดินทางต่อไป ... พวกเขาเดินลงเนินหายลับเข้าไปในหมู่บ้านในที่สุด...
โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:52] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 42
   จุดที่หลังจากสลัด พ้นจากลุ่มชายฉกรรจ์ ตำรวจบ้าน นั่นหละคือทางลงสู่หมู่บ้านเมืองน้ำสิง หลังคาที่เห็น เป็นหลังคาโรงเรียน ... ในหมู่บ้านมีประชากรหนาแน่นพอสมควร

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:55] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 43
   เราเสียเวลาต่อรองไปนานพอสมควร จากจุดที่เราแยกทางกับกลุ่มชาวบ้านน้ำสิง เราไม่มีโอกาสได้ขึ้นรถแล้วปั่นเลย จูงขึ้นไปอย่างเดียว...ผมมารู้ภายหลังจากปากพี่วัช เล่าว่า พวกนั้น เป็นตำรวจบ้าน ที่ถูกทางการลาว อบรม (หรือว่าล้างสมองดี) ให้เป็นเจ้าหน้าที่ คอยสอดส่องดูแลผู้คนในหมู่บ้าน ตลอดคนที่ผ่านไปผ่านมา ...พี่วัชบอกว่า คนพวกนี้ไม่มีเงินเดือน แต่ถ้าจับสายลับได้เมือใด ก็จะได้รางวัล...ผมฟังไว้....ผมเล่าเรื่องที่มีคนจะรุมผม สามรุมหนึ่ง...”บ่ใจ๊ก้า” พี่วัชถามแบบเปรยๆ ผมไม่ได้ต่อความอะไรกับพี่วัช ... หรือหูผมอาจจะฝาดไป ตอนนั้นผมกำลังเหนื่อยสุดๆ เหมือนกัน...หรือคำตอบอยู่ในสายลม...

สภาพขาลงสู่หมู่บ้านก่อนข้ามน้ำสิง กับ ขาขึ้นจากหมู่บ้าน ไม่ต่างกันเลย ที่ชันหนักๆ เดินไปได้สักยี่สิบก้าว พัก...เป็นอย่างนี้เป็นระยะ ...เนินแรก ผมจูงไปทันเจ้าทักษ์ มองเห็นข้างบนหายลับเหลี่ยมเขามองดูเหมือนจุดสูงสุด ผมบอกกับมันว่า “สงสัยหั้นถ้าจะสูงสุดแล้วน่อ” มันพยักหน้าเห็นด้วย ... พอพ้นจุดสูงสุดของเนินที่ว่าเท่านั้น ผมแทบเข่าทรุด กองอยู่ตรงนั้น...แต่อายเจ้าโจ๊กมัน...ข้างหน้าที่มองขึ้นไปมีเนินต่อขึ้นไปเหมือนเนินที่เรามายืนอยู่เดี๋ยวนี้นี่แหละหน้าตาเหมือนเดียวกันเป๊ะ ราวกับว่าเป็นฝาแฝดของเนินที่ผ่านมา ... ผมยังไม่แน่ใจว่าผมเดินในวงกตหรือเปล่าเหลียวลงไปข้างล่าง พี่วัช จูงขึ้นตามมาติดๆ ไม่เห็นเงาร่างเจ้าโจ๊ก มันคงนั่งเป็นช้างหอบแดด หยุดพักที่ไหนสักที่ ... ทางลงหมู่บ้านที่ผ่านมาเรายังคุยกันอยู่ว่า นี่ถ้ามันเป็นทางเป็นขาขึ้นจะเป็นอย่างไร ...ไม่ต้องรอเรากลับไปทดสอบ ...เนินขึ้นจากหมู่บ้านนี่ แหละ “แหมะฮาก” .... ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี นอกจากใช้คำนี้ ...แทน...



สภาพเส้นทางที่เป็นทางที่กำลังไถใหม่ รอยรถ แมคโครยังเป็นรอยใหม่ๆ และไอ้รอยรถแมคโครนี่แหละ ใช้เป็นบันไดสวรรค์ในยามลงเข็น..ฮ่าๆ

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:57] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 44
   เราอยากเร่งฝีเท้า เพื่อจะขึ้นไปถึง จุดดาวน์ลงหมู่บ้าน “โคกมี” แข่งกับ ดวงอาทิตย์ ที่กำลังหมดภาระ กิจ ของมัน ดูมันอ่อนแรง เหมือนเราที่กำลังระโหยเช่นกัน ... เราสี่คนมาถึงจุดที่คิดว่ามันเป็นจุดสูงสุดของภูในวันนั้น ... ในความสลัวของตะวันสู่พลบ มองไม่เห็นหมู่บ้านใดๆ ... เราตัดสินใจดาวน์ลงไปให้ไกลมากที่สุด ... แต่ไม่เป็นเช่นนั้น มันมีเนินที่มาคอยต้อนรับ เราตลอด ... บางเนินสั้นๆก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะปั่นขึ้นไปได้ ด้วยสภาพร่างกายเริ่มไม่เอื้ออำนวย เข็นคือวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้...เรายอมจำนน...ไม่สามารถไปต่อได้แล้ว เริ่มมองหาที่พักกลางทางกันแล้ว ....

ในที่สุด สุริยา ก็ ไขสงลงเหลี่ยมเขา หมู่นกกาก็โบยบินกลับรวงรัง แต่ชะตาเสือที่ไม่ใช่เสือ สี่คน ยังไม่รู้จะไปหยุดอยู่ที่ใดในทางข้างหน้า

โดย: อากิก [5 พ.ค. 49 23:59] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 45
   พายุฝนเริ่มก่อตัวแต่ไกล ... เหตุการณ์เมื่อกลางวันเริ่มหวนมาสู่เราอีกครั้ง ... เราหาทำเลกางเต็นท์ แข่งกับฟ้าที่เริ่มมืด ... ลมกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ ...พี่วัชกับเจ้าทักษ์ หาทำเล ผูกเปลไม่ได้ ... ลมแรงขึ้นอีก ... ผมกับ เจ้าโจ๊ก เอาเต็นท์ ไปคนละหลัง นอนได้หลังละสองคนพอดี ... กางแล้วเอาเชือกผูกเต็นท์ติดกับรถถีบ กันเต็นท์ปลิวด้วยแรงลมที่พัดกรรโชก ขู่เรา ... เรากางเต็นท์เสร็จลมอ่อนแรงลงบ้างเหมือนยังเอื้ออาทร ให้เรามีช่องว่างในการจัดการกับมื้อเย็น ...
ผักกาด ที่ยังเหลือตอนกลางวัน ถูกนำมาต้มใส่ คะนอร์ อีกมื้อ น้ำพริกตาแดงยังเหลือ ไส้อั่วที่เหลือ หนังปลาสลิดทอดที่ ผมอิดๆออดๆ ว่าจะพกมาดีหรือไม่ ถูกแกะออกมาวาง ข้าวเหนียวจากหงสา สอง กก. จากตอนกลางวัน ยังเหลืออีกเยอะ ... มื้อเย็นได้กินข้าวลิง อย่างเลิศหรูแบบนี้ นับว่าไม่โหดร้ายเกินไปนัก...ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไรแต่อาหารมื้อนี้ผมไม่ได้รับรู้รสชาติอาหารทางลิ้นอย่างเดียว แต่เป็น วิญญาณ ของผมมันมีส่วนร่วมในรสชาตินั้นด้วย ... เสร็จสิ้นมื้อเย็นที่แข่งกับเสียอื้ออึงของลม ที่พัดล้อมรอบตัวเรา ... พี่วัช สอนให้เราซักแห้งตัวเรา...อย่าหวังว่าจะได้อาบน้ำสำหรับวันนี้ ...
ไกลออกไปจากที่พัก เสียงของขวานรามสูร ที่ขว้างฝ่าอากาศ ดังครืนครัน แสงแห่งแก้ว ในมือของนาง เมฆลา แปลบปลาบ ที่กำลังหยอกล้อ กับ รามสูร อย่างไม่ยอมเบื่อหน่ายง่ายๆ แรงกำลังแห่งสามีของนาง “สาวหะ” พัดโอบล้อมพวกเราเอาไว้ บัดเดี๋ยวอยู่ข้างล่างหุบเหว บัดเดี๋ยวซ้าย บัดเดี๋ยวขวา คล้ายดังหยอกล้อพวกเรา ... ฝนก็ยังไม่มีทีท่าที่จะตกลงมาใส่เรา ที่คาดว่าจะโดนหนัก...
“คืนนี้ฝนตก นอนฟังเสียงฝน นอนบ่าหลับแน่” พี่วัชเปรยขึ้นมา
“ผมมียา อ้าย เอาบ่” “ซาแนกส์” “”กิ๋นแล้วหลับสบาย” ผมบอก
“มะ เอาก่า” ผมแจกยาให้ทุกคน คนละเม็ด
“ฝนจะตกหยั่งอี้ไอ่หมู่นั้นคงบ่ตวยขึ้นมาน่อ” พี่วัชพูดเปรยๆอีก มีนัยยะ ในนั้น
“ไอ่หมู่นั้นอู้ว่าจะรุมตั๋ว กา” ผมยิ้มในความมืด “อื่อ” คือคำตอบสั้น
ไม่มีคำสนทนาต่อ ... ผมนอนกับพี่วัช เจ้าทักษ์ นอนกับ เจ้าโจ๊ก ... “ครืดๆ คร่อกๆ” ยายังไม่ทันอกฤทธิ์ แต่เจ้าโจ๊ก ม่อยไปล่วงหน้าแล้ว ...
เห็นพี่วัชใส่เสื้อกันหนาวและกางเกงขายาวที่เตรียมมา “อ้ายขี้หนาว” พี่วัชบอก
เสียงกำลังแห่งพระพายข้างนอกเต็นท์ อื้ออึง ล้อมลอบเราเอาไว้ เสียงขวานรามสูร ที่บัดนี้อยู่เหนือหัวเรานี่เอง ... ยาที่กินเข้าไปยังไม่ออกฤทธิ์ ...
ผมนั่งคิดทบทวน ... ที่ข้างนอกเต็นท์ยังมีลมพัดกรรโชกตลอดเวลา ... ผมชอบมองสิ่งรอบตัวเราในแง่บวกเสมอ ... เราจะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีพายุฝนมาดักเราแล้วปล่อยเราไปต่อในความมืด ... มันกำลังคุ้มครองป้องกันเราอยู่หรือเปล่า ...

ผมรู้สึกถึงความเย็นยอดดอยที่ แผ่ซ่าน เข้ามาในเต็นท์ ...
ควานหาเสื้อยืดแขนยาวสองตัวมาใส่ ... ผมไม่มีกางเกงขายาว ...หากางเกงขาสั้นอีกตัวมาใส่ แต่ลากขึ้นมาแค่หัวเข่า...แค่นี้ผมก็เหมือนใส่กางเกงขายาวแล้ว...ล้มตัวลงนอนข้างพี่วัช ... ลืมไปอย่าง ลืมกราบพระก่อนนอน ... ผมลุกมากราบพระก่อนนอนอีกครั้ง
เบื้องนอกผมรู้สึกถึงลมที่พัดแรงขึ้นๆ ... เสียงลมหายใจยาวๆของพี่วัช ยาวๆ ต่อเนื่อง ... ผมนอนหงายยกมือพนมไว้บนอก “นะโมโพธิสัตว์โต อาคัง ติมายะ อิติ ภะคะวา” บทสวดถึง “หลวงปู่ทวด” ที่พ่อผมเคยให้เหรียญมา และผมทำมันหายไปนานในยามเด็กแล้ว แต่บทสวดที่สลักด้านหลังเหรียญ ผมท่องได้ไม่ เคยลืม ... ยาออกฤทธิ์ แต่ยังพอมีสติที่ได้ยิน เสียงลมข้างนอกอ่อนกำลังลง จนเหลือเพียงแต่มีเสียงลมพัด ตามปกติ เหมือนผมถูกกล่อม...


.....โปรดติดตาม....
โดย: อากิก [6 พ.ค. 49] ( IP A:61.19.165.245 X: )

ความคิดเห็นที่ 46
   โชคดีของคนนอนดึก อิอิอิ ได้อ่านก่อน ตาสว่าง ปิดหน้านี้ไม่ลง แหม๋ มันตื่นเต้นจริงๆ กับตำรวจบ้านที่มันจะ 3 รุม 1 โอย สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นผม สงสัยเข่าอ่อน ไม่ใช่บ้านเราถิ่นเรา แต่เดชะบุญ ที่รอดปลอดภัยกลับออกมาครับ อื้ม.... สงสัยผมต้องทำหน้าพิเศษสำหรับรวบรวมทริปนี้เสียแล้ว.... มุมภาพเยี่ยมจริงๆครับ ขอชม ภาพมันบอกเล่าเรื่องราวได้เองเลยครับ อากิก...
โดย: นายอ้อด [6 พ.ค. 49] ( IP A:58.136.128.62 X: )

ความคิดเห็นที่ 47
   อ่านไปดูรูปไปสนุกดีครับ นี่ถ้าได้ไปกับกลุ่มด้วยถ้าจะดีกว่านี้แน่เลย แบบว่าอิจฉาอยากไปอยากไป
โดย: เจมส์ [6 พ.ค. 49 6:43] ( IP A:203.188.9.217 X: )

ความคิดเห็นที่ 48
   อ่านแล้วปิดบ่ลงเลยล่ะน้องจาย...ยอดและเยี่ยมแต้ๆเลยเจ้า...จะติดต๋ามต๋อนต่อไป...แล้วรวมไว้หื้อปี้เย้ยผ่องเน่อ...(ขอบคุณล่วงหน้า)
โดย: คมยส [6 พ.ค. 49 9:19] ( IP A:203.154.51.170 X: )

ความคิดเห็นที่ 49
   ต๋อนนี้ติดต๋ามอ่าน ต๋อนหน้าจะติดต๋ามฟัง เกือบได้เป๋นเขยลาว ....บุญเมียจ้วยใว้ 555...
โดย: ลุงแฟลช [6 พ.ค. 49 10:40] ( IP A:203.150.138.201 X: )

ความคิดเห็นที่ 51
   ได้มีเวลาพบเจออากิกในช่วงเวลาอาหารเย็น นานพอที่จะได้รับรู้เรื่องราวที่น่าระทึกแต่กลับเงียบไม่แพร่งพราย ที่แท้ต้องการเล่าให้ฟังพร้อม ๆ กันนี่เอง

ดูเหมือนเป็นการเดินทางผจญภัยสามัญของอากิก แต่ข้าพเจ้ากลับรู้สึกเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ด้วยเหตุว่าได้มีเรื่องเล่าขานตามมาประหนึ่งเป็นวรรณกรรมเลยทีเดียว

นี่ถ้าได้รับรู้กันในวันนั้น ข้าพเจ้าจะคารวะอากิกพันจอกเลยทีเดียว จะไม่ละเลงน้ำเปล่าให้หนักกระเพาะอย่างเย็นวันนั้น ข้าพเจ้าคงต้องหาเวลาคารวะท่านอากิกอีกสักคราเป็นแน่แท้
โดย: อีแพรดท้องเหลือง [6 พ.ค. 49 18:01] ( IP A:203.188.42.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 52
   ถึงป้อหลวง..เรื่องรูป...เดียวจะรวบรวม อัดใส่แผ่น CD ไปฝากไว้ตี้ ทำงาน อ้ายแพรด...ก๋ายไปมะใดก่ไปเอาเลยนะครับ...จะเอาไปยะอะหยังก่ต๋ามใจ๋ครับ...กอนว่ามักแก๋งบ่าฟัก จะเอาใส่แตนจิ้นไก่ก่ได้เน่อ...ฮา
โดย: โดดเดี่ยวหมื่นลี้ [6 พ.ค. 49 21:48] ( IP A:61.19.165.99 X: )

ความคิดเห็นที่ 53
   อีแพรดท้องเหลือง (แดง......) จะไปคารวะท่านอากิกเมื่อใด ขอไปตวย....
โดย: ลุงแฟลช [7 พ.ค. 49 8:48] ( IP A:203.150.135.165 X: )

ความคิดเห็นที่ 54
   พี่ๆเหนภาพความเห็นที่36มั้ยครับ โหแล้วคิดดูดิครับผมที่หมดแรงไปทุกก๊อกแล้วอยากจะกางเต้นท์นอนมันตรงนั้นเลยขนาดไหนสวยงามมากๆเลยครับ แต่แล้ว ภาพจากความเหนที่39ที่ผมนึกเสียวในใจก้อเปนจริงขึ้นจนได้5555
โดย: เสือโจ๊ค [13 พ.ค. 49 20:20] ( IP A:203.172.104.9 X: )